[TwoShot] MEMORY. [1/2]
posted on 16 Apr 2008 23:38 by kuromaki in NovelBleach | TwoShot
----------------------------------------
The lost memory.
Author's Note | 2 ช็อตสั้นๆ ที่จู่ๆก็เกิดอยากเขียนขึ้นมาซะดื้อๆ ทิ้งเรื่องเดิมเอาไว้ก่อนเพราะเนื้อเรื่องต้นฉบับก็ไม่เดินเหมือนกัน ถ้ารอไม่ไหวเราจะทำการซุยต่อเองเลย แต่ตอนนี้พักสมองมาแต่เรื่องสั้นแบบที่ชอบดีกว่า~
Disclaimer | ตัวละคร สถานที่ และเนื้อเรื่อง อ้างอิงจากคอมมิคเรื่อง บลีช ที่วาดโดย อ.คุโบะ
Warning | แปลกประหลาด, ไร้สาระ, ไม่มีเป้าหมายอะไรทั้งสิ้น
----------------------------------------
"อ... อือ..."
ดวงตาที่ปิดสนิทมาจนถึงเมื่อครู่ ค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แสงสว่างเล็ดลอดผ่านเข้าไปกระทบกับนัยน์ตาสีเข้ม และสะท้อนภาพผนังห้องสีดำไปยังประสาทรับรู้ของเจ้าของ นัยน์คู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนจะเบิกโพลงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เจ้าของร่างรีบลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ทว่าการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ทำให้เขาต้องร้องออกมาเบาๆ เนื่องจากบาดแผลบนตัวจำนวนนับไม่ถ้วนที่เขาได้รับมาจากการต่อสู้ที่ผ่านมา
พลันภาพในอดีตก็ปรากฎขึ้นมาในมโนภาพของเขา
ดาบยาวที่เต็มไปด้วยรอยเลือดถูกแทงทะลุผ่านตัวเขาตรงกลางลำตัว เลือดจากทุกบาดแผลไหลไม่หยุด สติที่แต่เดิมก็แทบจะไม่เหลือแล้ว ยิ่งเลือนลางมากขึ้นไปอีก ร่างของเขาถูกเหวี่ยงออกจากตัวดาบอย่างไม่ใยดี
' จบแค่นี้ล่ะนะ คุโรซากิ อิจิโกะ '
นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปพร้อมกับความมืดมินที่มาเยือน
เราแพ้สินะ ...แต่ว่าทำไมเรายังมีชีวิตอยู่ ถ้างั้นเจ้านั่น...
"รู้สึกตัวแล้วเหรอ... คุโรซากิ อิจิโกะ"
"!!!"
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกชื่อตัวเองจากทางด้านหลัง อิจิโกะจึงรีบหันหลังกลับไปมองยังศัตรูคนล่าสุดที่ตนประดาบด้วย และภาพเบื้องหน้านั้นคือร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของ อุลคิโอร่า ซิฟเฟอร์ เอสปาด้าที่แกร่งเป็นลำดับที่ 4 จากทั้งหมด 10 ตน
"อุลคิโอร่า...!!?"
"............"
ห...หมายความว่ายังไงกัน?! เจ้านั่น -ถึงสีหน้าจะปกติ- แต่จากสภาพนั่นแล้วก็ไม่น่าจะดีไปกว่าเรามากนัก ไม่สิ แย่กว่าด้วยซ้ำ หรือว่าเราชนะหมอนั่นได้? ถ้าอย่างงั้น...
ดวงตาสีเข้มของอิจิโกะ แสดงออกซึ่งความสับสนอย่างเห็นได้ชัด ตรงกันข้ามกับฝ่ายศัตรูที่ยังคงวางสีหน้านิ่งเฉย นัยน์ตาสีมรกตมองลงไปยังร่างที่สั่นเทาของอีกฝ่ายอีกฝ่ายอย่างไร้ความรู้สึก
"ข้า หรือเจ้า ใครเป็นฝ่ายชนะกันแน่ งั้นสินะ?"
สิ้นคำ สายตาของทั้งคู่ต่างจับจ้องมองยังใบหน้าของกันและกัน คิ้วสองข้างของอิจิโกะขมวดเข้าหากันเล็กน้อยแทนคำตอบของคำถามเมื่อครู่
อุลคิโอร่าจ้องมองสีหน้าของอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่ง
"เจ้าชนะ ข้าแพ้ นี่เป็นผลลัพธ์ของการดวลเมื่อครู่"
"!!"
บ... บ้าน่า ได้ไงกัน? ก็เราหมดสติไปหลังจากตอนนี้นนี่?!!
อุลคิโอร่ามองอากัปกริยาของอีกฝ่ายด้วยท่าทีนิ่งเฉยดังเช่นปกติ เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่คิดจะสนทนา เอสปาด้าหนุ่มจึงหันหลังกลับ ทิ้งร่างที่ยังคงนั่งแน่นิ่งอยู่ที่พื้นไปอย่างไม่ใยดี
"เดี๋ยวก่อนเซ่ อุลคิโอร่า?!! มันหมายความว่ายังไงกัน ก็ข้าหมดสติไปตอนที่เจ้าแทงข้าไม่ใช่รึไง ข้าเป็นฝ่ายแพ้ไป ไม่ใช่รึไงกัน?!!!"
น้ำเสียงที่สั่นเทาของอิจิโกะ หยุดฝีเท้าของอุลคิโอร่าลงได้ครู่หนึ่ง และโดยที่ไม่หันกลับไปมอง เขาทิ้งคำถามให้แก่ศัตรูของตนคำถามหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป
"นี่เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยงั้นรึ?"
-------------------------------------------------------------
"เป็นอะไรมากรึเปล่า คุโรซากิคุง?"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยของเพื่อนสาว ปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากภวังค์ นัยน์ตาสีฟ้าสว่างมองคนรักอย่างไม่สบายใจ
"ป...เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร โทษที อิโนะอุเอะ"
อิจิโกะยิ้มให้อีกฝ่ายที่ทำสีหน้าเหมือนกับต้องการจะถามคำถามเดิมกับเขาซ้ำอีกครั้ง
เมื่อครู่หลังจากที่อุลคิโอร่าทิ้งเขาให้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ไม่นานนักเพื่อนที่ร่วมเดินทางมายังฮูเอโก้มุนโด้พร้อมกันกับเขาก็รีบร้อนวิ่งเข้ามา ในจำนวนนั้นมี อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ อยู่ด้วย...
และหลังจากนั้นซักพัก กลุ่มตัวแทนจากทางโซลโซไซตี้ก็เข้ามาในห้อง พร้อมทั้งให้การรักษาเขาอย่างทันที ระหว่างนั้นก็ได้มีการสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลต่อกัน
"เมื่อกี้พวกเราเจอเอสปาด้าด้วย แต่หมอนั่นไม่คิดจะสู้ แถมบอกให้พวกเรารีบมาหานาย เจ้านั่นเป็นคู่ต่อสู้ของนายสินะ คุโรซากิ"
"... ?!"
คำถามเมื่อครู่ของอิชิดะ ดึงความสนใจของอิจิโกะไปได้จนหมด
...ให้รีบ มาหาเรา?
"อือ หมายถึงเอสปาด้าผิวสีซีดๆสินะ หมอนั่นชื่ออุลคิโอร่า เป็นหมายเลข 4 น่ะ"
"หมายเลข 4 ?! เอาชนะคู่ต่อสู้ระดับนั้นได้เชียวหรอเนี่ย คุโรซากิ?!"
อิชิดะที่ได้ฟังคำตอบก็สวนกลับอย่างทันทีด้วยท่าทางตกใจ มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาดันแว่นตามแบบฉบับของเจ้าตัว
"เอาชนะ... งั้นเหรอ?"
อิจิโกะหวนคิดถึงคำถามสุดท้ายที่อุลคิโอร่าทิ้งไว้ให้ ซึ่งนั่นหมายความว่ามีเรื่องที่เขาจำไม่ได้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาหมดสติไป...
มีคนเข้ามาช่วยเราอย่างงั้นเหรอ? แต่ไม่มีใครพูดอะไรเลยนี่... มันยังไงกันแน่นะ...
"มีเรื่องอะไรอย่างงั้นเหรอ อิจิโกะ"
คุจิกิ ลูเคีย เอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางของอิจิโกะเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับอีกหลายๆคน ที่มองมายังตัวอิจิโกะอย่างสงสัยข้องใจ จนในที่สุดอิจิโกะตัดสินใจเล่าเรื่องการต่อสู้ของตัวเขากับอุลคิโอร่า ให้กับทุกคนฟัง
.......................
................
..........
"จากที่ฟังเจ้าเล่า เอสปาด้าตนนั้นแสดงอุปนิสัยที่แตกต่างกันใน ก่อนและหลังจากการต่อสู้สินะ"
คุโรซึจิ มายูริ หัวหน้าหน่วยที่ 12 กองกำลังเสริมจากโซลโซไซตี้ที่บุกเข้ามายังฮูเอโก้มุนโด้ เอ่ยถามอย่างสนอกสนใจ โดยปกติหน้าที่วิจัยเรื่องราวต่างๆก็ขึ้นตรงกับเขาอยู่แล้ว
"อืม... คิดว่านะ ถ้าเป็นปกติหมอนั่นคงจะฆ่าชั้นไปแล้ว แล้วก็คงไม่ชี้แนะพวกนายให้มาหาชั้นหรอก"
มายูริ พิจารณาคำตอบที่ได้จากอิจิโกะ และข้อมูลต่างๆที่เขามีทั้งหมด นัยน์ตากลมกลอกไปมาอย่างฉงน ซึ่งนั่นทำให้ความสนใจทั้งหมดในขณะนี้มุ่งตรงไปยังมายูริ ต่างคนต่างรอคอยซึ่งคำตอบจากปากของคนที่น่าจะไว้ใจได้ในเรื่องนี้มากที่สุด ถึงแม้ในเรื่องอื่นจะไม่สามารถพึ่งได้อย่างเต็มที่เลยก็ตามที
หลังจากที่ดวงตาทั้งคู่ของมายูริกลอกไปซ้ายที ขวาที อยู่นาน มันทั้งคู่ก็ได้หยุดลง พร้อมๆกับอาการตื่นเต้นที่ตามมาของผู้เฝ้าคอย ท่าทางของมายูริในตอนนี้เปลี่ยนจากกลอกตาไปมา เป็นก้มๆเงยๆ เดี๋ยวมองหน้าอิจิโกะที เดี๋ยวก้มหน้าคิดที สลับกันไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งเสียงหัวเราะอันน่าผวาดดังลอกออกมาจากร่องฟันของเจ้าตัว ผู้ฟังที่ไม่ใช่คนจากโซลโซไซตี้เกิดอาการอาการเสียวสันหลังขึ้นพร้อมๆกัน
"จากที่ข้าคิด...."
ถ้อยคำของมายูริดึงความสนใจของทุกคนได้อีกครั้ง
"ระหว่างการต่อสู้ของเจ้าต้องมีคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเจ้าเข้าต่อสู้แทนเจ้า... แต่เป็นใครข้าเองก็ไม่มั่นใจนัก บางทีอาจจะเป็นเอสปาด้าตนอื่นที่เคยสู้กับเจ้าแล้วรอดชีวิตอย่างเจ้าแมวนี่ หรือไม่ก็ยัยหนูอารันคาร์นั่น..."
"ไม่มีทางเป็นสองคนนั่นไปได้หรอก ในเมื่ออุลคิโอร่าเป็นระดับ 4 ถ้าเนลหรือกริมจอว์เข้าต่อสู้ด้วยคงจะไม่แพ้ แถมคงไม่ช่วยให้หมอนั่นปล่อยให้ชั้นมีชีวิตรอดหรอก"
อิจิโกะพูดสวนกลับไปเมื่อคำตอบของมายูริไม่ตรงกับความเห็นของเขา
"ความคิดเห็นของเจ้าล่ะ?"
"น่าจะเป็นคนที่มีฝีมือสูงกว่าอุลคิโอร่า จนทำให้หมอนั่นยอมเชื่อฟังได้ หรือไม่ก็ต่อรองอะไรกันซักอย่าง"
มายูริรับฟังความเห็นของอิจิโกะพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"แล้วเจ้ารู้สึกยังไงล่ะ?"
ครั้งนี้ผู้ตั้งคำถามคือ คุจิกิ ลูเคีย
"ความรู้สึก??"
อิจิโกะถามกลับไปเมื่อเขาได้ฟังคำถาม เป็นคำถามที่เขาไม่เข้าใจถึงความหมายของสิ่งที่ถาม
"ก็ความรู้สึกน่ะสิ เจ้าคิดว่ามีใครที่รู้จักเจ้า แล้วมีฝีมือพอจะทำเรื่องแบบนั้นได้มั้ยล่ะ? แล้วจุดประสงค์ของหมอนั่นคืออะไร พอจะคิดอะไรออกมั้ยล่ะ"
".... ไม่รู้สิ จะว่าเป็นพวกไวเซิร์ดก็ไม่น่าจะใช่ พวกนั้นคงไม่คิดจะเข้ามายังฮูเอโก้มุนโด้ จะว่าเป็นพวกหัวหน้าหน่วยคนอื่นก็ไม่น่าจะใช่อีก ..."
อิจิโกะลดระดับเสียงลงเรื่อยๆ เพื่อครุ่นคิดถึง จุดประสงค์ ของผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือเขาในการต่อสู้
"ที่ช่วยชั้นไว้... อาจจะเพราะไม่ต้องการให้ชั้นตายก็ได้มั้ง?"
... งั้นข้าจะแนะนำอะไรให้ล่ะกัน ...
"คงจะเป็นคนที่เห็นความสำคัญของชีวิตของเจ้ามากทีเดียว สู้กับศัตรูที่เก่งกาจ เพื่อห้ามไม่ให้ฆ่าเจ้า โดยที่ไม่ฆ่าฝ่ายศัตรูด้วยเช่นกัน... คงจะเป็นคนที่ใส่ใจต่อความรู้สึกของเจ้าอยู่เหมือนกันสินะ"
มายูริเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบฟังอยู่นานพอสมควร สายตาของเขามองไปยังสีหน้าของอิจิโกะอย่างพินิจ
... จนกว่าจะได้เจอข้าอีกครั้ง ...
"สรุปคือคนๆนั้น จะคอยช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้เจ้าตาย โดยที่เจ้าไม่รู้ตัว"
... อย่าสะเออะตายไปซะก่อนล่ะ ...
"หรือถ้าพิจารณาจากตัวเจ้าแล้ว"
... ราชา ...
"ก็เป็นไปได้ว่าเจ้าคนที่รับช่วงต่อการต่อสู้ของเจ้ากับเอสปาด้าตนนั้นคือ"
... นี่ -เจ้า- จำอะไรไม่ได้เลยงั้นรึ? ...
"ฮอลโลว์ในจิตใจ ของเจ้ายังไงล่ะ"
เมื่อประโยคสุดท้ายของมายูริจบลง บรรยากาศรอบตัวของอิจิโกะก็เปลี่ยนไป ตึกสูงจำนวนมากปรากฎขึ้นแทนพื้นทราย ก้อนเมฆที่เคยล่องลอยอยู่ในแนวระดับ กลับอยู่ในแนวดิ่ง และเหนืออื่นใดเบื้องหน้าของอิจิโกะ ปรากฎร่างของชายที่มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับตัวเขาเอง แต่ผิดกันตรงที่อีกฝ่ายมีผิว และเส้นผมที่ซีดเผือก
นัยร์ตาไร้สีของอีกฝ่ายจ้องมองมายังตัวเขา สายตาของทั้งคู่จ้องประสานกันอยู่นาน ความเงียบกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในขณะนี้
"ไง... ราชา ยินดีด้วยที่ยังไม่ตาย"
ร่างฮอลโลว์ของอิจิโกะกล่าวทักทายขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มเหยียดประดับอยู่บนใบหน้าดังเช่นทุกครั้งที่ทั้งคู่เจอหน้ากัน
"เงียบอยู่ทำไมเล่า เข้ามาหาข้า มีเรื่องจะพูดกับข้าไม่ใช่รึไง?"
"........."
เมื่อต่างฝ่ายต่างเงียบ ฮอลโลว์อิจิโกะลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างช่วยไม่ได้ ร่างในชุดขาวเป็นฝ่ายเดินเข้าไปใกล้ก่อน ต่อหน้าผู้เป็นนายเขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าพร้อมยิ้มเยาะน้อยๆ
"ในเมื่อเจ้าเอาชนะข้าได้ ข้าก็เป็นอาชาของเจ้าราชา ...ดังนั้นสิ่งที่ข้าทำลงไป ก็เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่ของข้าเท่านั้น"
อิจิโกะ คุโรซากิ ก้มหน้าลงมองร่างตรงหน้าอย่างเยือกเย็น
"ขอบใจเจ้ามาก"
"เป็นเกียรติอย่างสูง"
----------------------------------------
end. [ kurosaki ichigo's side line ]
----------------------------------------
เอ้าจบตอนแรก >3<
ความสัมพันธ์ระหว่างราชากับอาชา มันต้องให้ได้อย่างงี้เซ่!!
แต่คงมีไอ้เราจิ้นแบบนี้อยู่คนเดียว รึไม่ก็เป็นส่วนน้อยสินะ
แต่ก็ยังจะจิ้นต่อไป... และมันก็มาด้วยความไฮโซ(?)
Link | ภาพเวอร์ชั่นร่างค่ะ
สรุปได้แค่รูปเดียวก็จะตายแล้ว อ้ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า =[]=''
to be continued on Another piece of memory. || past tense of The lost memory.
▼ ปัจฉิมลิขิตโซน
ปล. อันที่จริงแต่งเสร็จแล้ว
ปปล. คนใช้หมาย่างเห็นเป็นปกติแล้วสินะ
ปปปล. ราชา กับ อาชา บันไซ เรื่อยไป... (edit: เพื่ออะไรฟ่ะ)
ปปปปล. อันที่จริงของที่จริงเพื่อนนุแต่ง //โดนตบ
ปปปปปล. และแล้วแฟนอาร์ทก็เสร็จ (แปะชื่อแอบอ้าง...??)
ปปปปปปล. แม่ม ตึกบ้าอะไรฟ่ะ สีน้ำเงินล้วนทั้งตึก ไฮโซว่ะ
ปปปปปปปล. สัดส่วนเบี้ยวชั้นไม่สน ถือซะว่านุวาดรูปไม่เป็นละกัน (ก๊าก)
ปปปปปปปปล. อิจิโกะมีสายคาดแต่ไม่ได้ห้อยดาบ เจริญพร
ปปปปปปปปปล. ชิโรซากิเจือกไม่มีสายคาดอีก ...เจริญกำลังสอง
ปปปปปปปปปปล. ภาพร่างอิจิโกะหน้าเถื่อนว่ะเห้ย...
ปปปปปปปปปปปล. สังเกตว่ามุมซ้ายบนของภาพร่างจะมีภาพร่างของภาพร่างอยู่ (เหอๆ)
ปปปปปปปปปปปปล. เหอๆ ปล เยอะชะมัด เป็นพิระมิด ปล
ปปปปปปปปปปปปปล. เพิ่งเห็น อ้าก ลืมลงเล็บชิโร่ซากิเป็นสิดำ เสียดายโฮกกก!!

โอ้วว มันน่าร้ากมากก(?)
แต่ขอบอก.. อ่านจนถึง ปปปล. ก็เพิ่งรู้ว่า มัน ราชาอาชา เรอะ //โดนนุตรบ
แล้วจะรอดูภาพประกอบน้า แสดงความไฮโซ อิๆๆ
ป.ล ยังเล่นสงกรานต์ได้อีกเรอะ เอ้า สาดด
ป.ล2 ไว้มีโอกาส มาเล่นปังย่ากันใหม่เน้ *ดวงนุขึ้นปรู๊ดปร๊าดอย่างงี้ ไม่ยอม*
ป.ล3 นึกว่านุเป็นคนแต่งจนถึงบรรทัดสุดท้าย ฮา...
#1 By วาจัง ::โหมด:: นิน! นิน! นิน! on 2008-04-17 00:43